[เรื่องสั้น] ผมอกหัก

posted on 10 May 2011 20:36 by suebphatt in Novel

ตอนนี้

ฝนตกพรำๆ มาหลายนาทีแล้ว แต่ผมเพิ่งรู้สึก
ช่วงนาทีที่หายไปนั้น เป็นนาทีเดียวกันกับที่โลกหยุดหมุน และ เธอก้าวเท้าเดินออกห่างจากผมไป
แผ่นหลังของเธอเคลื่อนที่ออกห่างผมไปช้าช้า อย่างอบอุ่น เมตตา แต่ไม่การุณ

 

หนึ่งนาทีก่อนหน้า

เป็นนาทีสุดท้ายที่ผมขอทำนายอย่างแม่นยำและมั่นใจ ว่านาทีนั้นเป็นครั้งสุดท้ายที่ผมจะได้เห็นภาพใบหน้าของเธอ คำบอกลาของเธอฟังดูไม่ต่อเนื่อง ตะกุกตะกัก เสียงที่อ่อนโยนของเธอเขย่าสั่นจนไม่ระรื่นหู ฟังดูคล้ายเสียงกระพือปีกของผีเสื้อที่บินสู้ฝนอยู่ข้างๆ ฟังดูไม่เป็นจังหวะ ยาก ลำบาก เพราะต้องรวบรวมพลังออกแรงกระพือปีกสู้ทั้งฝน และหัวใจของมันเอง

 

หนึ่งชั่วโมงก่อนหน้า

ผมรู้สึกมีลางสังหรณ์อะไรบางอย่าง ไม่รู้ว่าน้ำเสียงของเธอเปลี่ยนไปเพราะสัญญาณของโทรศัพท์ไม่ดี, เธอไม่ค่อยสบายเพราะสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ตอนนั้นก็ดูเหมือนฝนจะตกด้วย สติผมค่อนข้างเลือนลาง เป็นผลจากการรบกวนของความกังวล แต่ผมพอจะจับใจความได้ว่า อีกสามสิบนาทีให้หลัง เธอต้องเห็นหน้าสิวๆ ของผม ที่ร้านโดนัทแห่งหนึ่ง ที่มีแค่เฉพาะผมกับเธอที่รู้กัน—พร้อมใจกันเรียกมันว่า “ที่เดิม” ที่นั่นเป็นที่ที่ผมพบกับเธอครั้งแรก; น้ำเสียงที่ฟังไม่กระตือรือร้นของเธอบอกผมเป็นนัยว่า เธอเพิ่งค้นพบอะไรบางอย่าง และจำเป็นต้องรายงานให้ผมรับรู้

 

หนึ่งวันก่อนหน้า

พระอาทิตย์ของผมเลิกงานไปได้ห้าชั่วโมงแล้ว ซึ่งมันจะเป็นเวลาประจำที่โทรศัพท์ของผมจะสั่นอย่างน่ารำคาญ เพื่อบอกผมเสียงดังๆ ว่าเธอโทรมาหาผม; แต่วันนี้ไม่มี และไม่มีทีท่าว่าจะมี; สัปดาห์นี้เป็นแบบนี้ได้สองสามครั้งแล้ว ถึงผมจะชักไม่ค่อยแน่ใจ แต่ผมก็พอจะรู้ว่ามันเป็นเพราะอะไร

 

หนึ่งสัปดาห์ก่อนหน้า

ผมรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นสายลับระดับชาติ ถ้าถูกจับได้ต้องโดนฆ่า, กับการที่ต้องย่องเข้าไปในบ้านของเธอพร้อมกับช่อดอกกุหลาบสีแดงจัดที่ส่งกลิ่นหอมไม่หยุด หนึ่งช่อ โดยไม่ให้เธอรู้ตัวและจับได้

เธอหลับท่าประหลาดอย่างไม่รู้เรื่องรู้ราวอยู่บนเตียง ผมถ่ายรูปหน้าหล่อๆ ของผม พร้อมกับช่อดอกไม้ และสารรูปหน้าตอนหลับที่เหมือนผีของเธอ ด้วยโทรศัพท์มือถือของผม ก่อนที่จะปลุกเธอด้วยการแหย่ดอกกุหลาบเข้าไปที่รูจมูกของเธอ

เธอโผกอดผม กรี๊ดลั่นบ้าน; ผมเดาว่าเพราะดีใจ หลังจากทีผมกระซิบใส่หูเธอว่า สุขสันต์วันครบรอบหนึ่งปี!

 

หนึ่งเดือนก่อนหน้า

แดดเพิ่งส่องเข้ามาในห้อง ผมนั่งขยี้ขี้ตาอยู่บนเตียง เตียงผมนั่งมีเธอนอนอยู่ด้วย เธอยังไม่ตื่น เราทั้งคู่ไม่ได้ใส่เสื้อผ้า ผมนึกขึ้นได้ว่าเมื่อคืนเรามีอะไรกัน เราต่างก็บอกว่านี่เป็นสิ่งที่เรายินดีให้กันอย่างไม่มีข้อแม้ เธอบอกว่าเธอรักผม ผมก็บอกเธอเหมือนกัน และผมก็รู้สึกแบบนั้นจริงๆ

ผมยิ้มเบาๆ หนึ่งครั้งอย่างเกรงใจหนังหน้า หลังจากบิดขี้เกียจเสร็จ ผมลงบันไดไปเข้าครัว เพื่อปรุงไข่ดาวกับไส้กรอก อร่อยๆ สำหรับเราสองคนในเช้านี้ เธอพูดบ่อยๆว่าผมทำอร่อยมาก ผมก็เลยตั้งใจทำให้ได้รสชาติออกมาแบบเดิมทุกครั้ง วันนี้ก็เหมือนกัน

 

หนึ่งไตรมาสก่อนหน้า

เธอหัวเราะ แต่ผมกรี๊ดเสียงดังเหมือนตุ๊ด ผมไม่เคยคิดว่าผู้ชายแมนๆ อย่างผมจะกลัวเครื่องเล่นสูงๆ ในสวนสนุกปัญญาอ่อนแบบนี้ แต่ผู้หญิงตัวเล็กกระจิริดอย่างเธอแลดูค่อนข้างชอบใจกับมัน ผมยอมเล่นจนครบทุกเครื่องตามคำขอปนเยาะเย้ยของเธอ เป็นการออกเดทที่ผมค่อนข้างเหนื่อย

ทันทีที่ผมขึ้นรถ ฮอทด็อกกับเฟรนช์ฟรายที่ผมนั่งกินกับเธอเมื่อสามชั่วโมงก่อนหน้าก็ไหลย้อนกลับออกมาทางปากของผม กางเกงยีนส์และพวงมาลัยของผมก็เลยเหม็นเพราะอ้วกของผม เธอกล่าวขอโทษและบรรจงเช็ดซากศพดังกล่าวอย่างไม่มีทีท่ารังเกียจ ผมขับรถไปส่งเธอที่บ้าน ส่วนขากลับผมแวะจอดปั๊มเพื่องีบก่อนสามชั่วโมง ก่อนจะตื่นขึ้นมาและบรรจงขับรถกลับบ้าน ผมไม่เคยบอกเรื่องนี้ให้เธอรู้ กลัวตัวเองจะดูเป็นอัศวินม้าขาวที่น่าหมั่นไส้มากเกินไป

 

หนึ่งปีก่อนหน้า

ผมรู้สึกเหมือนมีเด็กมีปีกยิงศรธนูเข้าปักกลางกะบาลผม

ผมไม่รู้จักกับเธอมาก่อน เธอหันหลังอยู่และผมก็ไม่เห็นหน้าเธอ แม้ว่าเราทั้งคู่จะยืนอยู่ในกันสาดหน้าร้านโดนัทด้วยกัน แต่สายฝนที่ไม่เคยลืมหูลืมตาก็ทำทุกคนที่อยู่ใต้กันสาดเปียกไปได้อย่างน้อยครึ่งตัว

ผมยินดีแบบไม่มีทางเลือก ที่จะกางร่มคันใหญ่ที่ผมมีออกมาแล้วเอาไว้ระหว่างเหนือศีรษะของผมและเธอ และกล่าวอย่างพอเป็นมารยาทอย่างขวยเขินว่า “เอ่อ เดี๋ยวเปียก ใช้ร่มผมก่อนก็ได้ครับ”

ทันทีที่เธอหันมากล่าวขอบคุณ ธนูของไอ้เด็กมีปีกที่ผมบอกก็พุ่งมาปักที่กะบาลผมพอดี เธอมีทั้งใบหน้า น้ำเสียง และบุคลิกที่ผมตามหามานาน

หลังจากที่เรายืนคุยกันอย่างถูกคอสักพักก็จับใจความได้ว่า บ้านของเธออยู่ห่างออกไปสองสถานีรถไฟฟ้า และเธอยินดีให้ผมไปส่ง ผมจึงไม่รอช้า เพราะกะว่าวันหลังจะไปอีกบ่อยๆ ซึ่งท่าทางของเธอทุกอย่างก็บอกผมนัยๆ ว่าเธอก็อยากให้เป็นแบบนั้น

 

ตอนนี้

ทุกฉากนับจากวันนั้นไหลย้อนเข้าหัวผมเหมือนมีคนมาฉายสไลด์ให้ดูอยู่ตรงหน้า

หลังจากที่สไลด์สุดท้ายจบ ผมก็ตื่นจากภวังค์ เพื่อลืมตายอมรับความจริงอย่าเปิดอกและเจ็บปวด

 

ผมอกหัก

Comment

Comment:

Tweet

บรรยายได้น่าคล้อยตามมากๆค่ะ

#12 By BlueSylviaSky on 2012-09-26 23:20

เป็นฉากๆเลยทีเดียว มีเริ่มต้นก็มีจุดจบ แง้Hot!

#11 By OceanPuppy on 2011-10-13 19:30

Hot! Hot! Hot!
เจ็บ จริง ...

#10 By Tangmo Talala on 2011-08-12 14:12

เป็นกำลังใจให้ค่ะ ถึงจะมาช้าไป ตอนนี้คุณอาจจะทำใจได้แล้ว สู้ๆนะค่ะconfused smile confused smile confused smile

#9 By Independent me on 2011-05-26 20:34

เขียนเข้าท่า

และหนึ่งวันมาในเอ็กทีนงิงิ

#8 By ปิยะ99 on 2011-05-11 15:32

Hot! Hot! Hot! Hot!
อ่านแล้วอืม...เห็นภาพคะbig smile big smile
------------------

#7 By YiM-YiiM on 2011-05-10 22:08

จึกกกwink

#6 By shallow on 2011-05-10 21:40

เล่าเรื่องได้เจ๋งมากครับ Hot! Hot!

#5 By Clepsydra:: on 2011-05-10 21:38

เจ็บ

#4 By watchapol on 2011-05-10 21:33

Hot! Hot! Hot!

#3 By GOD on 2011-05-10 21:33

เรื่องนี้อาจจะโดนสำหรับใครบางคน
แต่ตอนนั้น เราเป็นคนบอกเลิกแฮะ = =

#2 By Guck-kun on 2011-05-10 21:09

อา....ชีวิตนี้ยังไม่เคยอกหัก sad smile
(ไม่มีใครเอาแต่แรกแล้ว)

#1 By rerigioz on 2011-05-10 21:04