Poetry

หั่นความรักนั่นซะ

posted on 19 Sep 2012 06:35 by suebphatt in Poetry directory Idea

ด้วยความที่ผมเคยอ่านหนังสือของ OSHO อยู่แล้ว (ผู้เขียนที่ทำให้เด็กอ่อนต่อโลกอย่างผม เจ็บหน้าอก และยอมรับความจริงอันเจ็บปวดของโลกนี้ ทั้งที่ยังนั่งยิ้ม)

ผมก็สะดุดมาเจอบทความนี้เข้าโดยบังเอิญ จะว่าเป็นนิยามความรักก็ได้ ซึ่งพออ่านเข้าก็เห็นด้วยอย่างจัง

อย่าเข้าใจผมผิดว่าผมมองความรักแม่งเป็นเรื่องบ้าบอคอแตก หรือเป็นเรื่องเสี่ยวๆ

โลกเรา จริงๆ แล้ว มันก็ขาดความรักไม่ได้จริงๆ แต่ต้องเป็นความรักแบบที่เข้าใจ ยั่งยืน ไม่เห็นแก่ตัวครับ

 

อันนี้เป็นตัวบทความ .. ผมจะพยายามแปลให้ฟังนะ

 

“Your question is, ‘Can you talk about the art of nourishing oneself with love?’ There is no art because there is no need of any effort. Love is the nourishment. But humanity has been so confused by its leaders that one does not know the most inner realms of one’s own being. Love is nourishment in itself. The more you love, the more you will find untrodden spaces where love goes on and on spreading around you like an aura.

 

“But that kind of love has not been allowed by any culture. They have forced love into a very small tunnel: you can love your wife, your wife can love you; you can love your children, you can love your parents, you can love your friends. And they have made two things so deeply rooted in every human being. One is that love is something very limited – friends, family, children, husband, wife. And the second thing they have insisted is that there are many kinds of love.

 

"You love in one way when you love your husband or your wife; then you have to bring another kind of love when you love your children, and another kind of love when you love your elders, your family, your teachers, and then another kind oflove for your friends. But the truth is, love cannot be categorized the way it has been categorized throughout the whole history of mankind. There were reasons for them to categorize it but their reasons are ugly and inhuman, because in this categorization they killed love...

 

“The reason why all the cultures have insisted on categorization is because they have been very much afraid of love, is because if there is existential love, then it does not know boundaries – then you cannot put Hindus against Mohammedans, then you cannot put Protestants against Catholics. Then you cannot draw a line saying that you cannot love this person because he is Jewish, Chinese. The leaders of the world wanted to divide the world, but to divide the world they have to do the basic division which is of love.”

 

Osho, Om Mani Padme Hum: The Sound of Silence, the Diamond in the Lotus, Talk #20

 

 

 

ถ้าคุณจะไหว้วานผมให้บอกถึงศิลปะในการ "เติมเต็ม" ใครคนหนึ่งด้วย "ความรัก"

ผมบอกได้เลยว่า มันไม่มีวิธีแบบนั้นหรอก

 

ความรักมันถูกเติมเต็มโดยตัวมันเองอยู่แล้ว แต่คนทุกคนนั้นงงงวยและสับสนกันมานาน ความจริงก็คือ ยิ่งคุณรักมากเท่าไร คุณก็ยิ่งสัมผัสได้ว่ามันลอยอยู่รอบๆ ตัวคุณเหมือนเป็นแสงออรา

ความรักแบบนี้แหละที่มันไม่ถูกอนุญาตให้สถิตย์อยู่ในวัฒนธรรมประเพณีใดๆ พวกคุณทั้งหมดจับความรักเอามายัดใส่ท่อน้ำอันเล็กๆ ... คุณรักภรรยาของคุณ ภรรยาของคุณก็รักคุณ คุณรักลูก คุณรักพ่อแม่ คุณรักเพื่อน ...

 

พวกเราปล่อยให้สิ่งสองสิ่งนั่นหยั่งรากลึกลงในใจพวกเราเองจนยากเกินจะถอนมันออก

หนึ่งคือ ความรักนั้นเป็นอะไรที่มันคับแคบ จำกัด... เพื่อน, ครอบครัว, ลูก, สามี ฯลฯ

สอง คือ เรามักพูดกันว่า ความรักมีหลายรูปแบบ

 

คุณรักสามีคุณคนละแบบกับที่รักลูก และเป็นคนละแบบกับที่รักพ่อแม่, ครู, เพื่อน ของคุณเช่นกัน

 

ความจริงก็คือ ความรักนั้นมันถูกแบ่งแบบนั้นไม่ได้ (แต่เราก็ยังจะแบ่งมันมาตั้งแต่รุ่นต้นตระกูลเรา)

ฉันเข้าใจว่าพวกเรามีเหตุผลที่จะเอาความรักมาแบ่งเป็นอย่างนั้น แต่เท่าที่ดู เหตุผลที่ว่านั้น ทั้งฟังดูน่าเกลียด แล้วก็ไม่เป็นมนุษย์เอาเสียเลย เพราะการแบ่งนั้นมันฆ่านิยามความรักทิ้งจนไม่เหลือชิ้นดี

 

เหตุผลที่พวกเรายังยืนยันที่จะแบ่งประเภทความรักอยู่นั่น .. ก็เพราะว่าเรากลัวความรัก ...และเพราะว่าเรากลัว "ความไม่มีขอบเขต" ของความรัก... เพราะเราไม่อยากให้ฮินดูมารักกับอิสลาม เพราะเราไม่อยากให้คาทอลิกรักกับโปรแตสแตนท์ เพราะเราขีดเส้นขึ้นมากั้นเพื่ออ้างไม่ได้ว่า เฮ้ย เราไม่สามารถรักชาวยิวได้ว่ะ เราไม่สามารถรักคนจีนได้ว่ะ ... ทั้งหมดนี้เป็นเพราะผู้นำโลกนั้นอยากจะแบ่งฝั่งโลกออกจากกัน แต่การที่จะแบ่งโลกออกจากกันนั้น เราต้องแบ่งความรักก่อน ...

 

 

 

 

พูดก็พูด ผมนึกถึงเมืองไทยยังไงไม่รู้ครับ ... ตอนนี้ก็แบ่งกันจริงจังเหลือเกิน

 

 ที่มา: http://www.osho.com/en/highlights-of-oshos-world/osho-on-love-quotes/

...และเมื่อเขาหายโกรธ...

posted on 02 Feb 2012 23:32 by suebphatt in Poetry directory Fiction, Idea
 

เขาเป็นเด็ก

เขาโกรธที่พ่อกับแม่ตีเขา
ต่อว่าเขา

ทุกครั้งที่เขาวิ่งออกไปยังถนนที่มีรถราสัญจรไปมา
โดยไม่ดูให้ดีเสียก่อน

ทุกครั้งที่เขาฉี่ใส่กางเกง
ที่ตัวเองใส่อยู่

ทุกครั้งที่เขารังแกคนอื่นที่อ่อนแอกว่า
จนอีกฝ่ายร้องไห้จ้าละหวั่น



..เมื่อเขาหายโกรธ..



เขาเห็นอะไรบางอย่าง
ที่แสนทรงคุณค่า
อยู่ในการหวดมือหวดไม้ทุกครั้ง
จากพ่อและแม่




เขาเป็นวัยรุ่น

เขาโกรธที่เธอมาจากเขาไป
ทั้งทั้งที่เราสัญญากันว่าจะรักกันตลอดไป
แต่เธอกลับกระทำตรงกันข้าม
เธอเดินไปจากเขาอย่างไร้รับผิดชอบ

เขาโกรธความรัก
โกรธมาก
ที่ความรักทำให้เขาทรมานและร้องไห้
เขาบอกว่าเขาจะ "ไม่คุย" กับความรักอีก



..และเมื่อเขาหายโกรธ..



เขาเห็นอะไรบางอย่าง
ที่แสนทรงคุณค่า

จากการที่เขาไม่ได้อะไรดั่งใจ
ตามที่เขาหวังไว้

จากการที่เขายึดติดใน "คำสัญญา"
มากเกินไป




เขาเป็นผู้ใหญ่

เขาโกรธที่สังคมไร้ความยุติธรรม

เขาโกรธอะไรบางอย่าง
ที่ทำให้คนที่รวยอยู่แล้ว
รวยยิ่งขึ้นไปอีก

เขาโกรธอะไรบางอย่าง
ที่ทำให้คนที่จนอยู่แล้ว
จนยิ่งขึ้นไปอีก

เขาโกรธทุนนิยม
เขาโกรธเงิน
ที่ทำให้โลกนี้
หมุนไปเร็วกว่าที่มันควรจะเป็น

เขาโกรธอะไรบางอย่าง
ที่ทำให้คนที่เลวแต่หาเงินเก่ง
มีเงินมากกว่าคนอื่น
มีรถสวยสวยขับ
มีบริวารห้อมล้อม



.. และเมื่อเขาหายโกรธ ..



เขาเห็นอะไรบางอย่าง
ที่แสนทรงคุณค่า

จากความ "ไม่มี" ...
จากความ "มีน้อย" ...

เขาเห็นมุมของชีวิตที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน




เขาแก่

เขาเกือบจะโกรธ "ชีวิต"
ที่ให้เวลาเขามาน้อยไป
แต่แล้ว เขาก็ไม่ได้โกรธมัน ..

เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม

เขารู้แต่เพียงว่า
เขาไม่โกรธอะไรอีกแล้ว ..

ตอนนี้
เขาไม่มีความสุข
เขาไม่มีความทุกข์เช่นกัน
 
 

เขาบอกแต่เพียงว่า นี่แหละ ...




ความรู้สึกแบบนี้แหละ ...




ที่เขารอมานาน

เรา ตามหาความจริง,
ขณะเดียวกัน,
โหยหาความฝัน


ทุกคำบ่นจากคนบางคน เต็มไปด้วยความรัก,
ในขณะที่,
ทุกคำหวานจากคนอีกคน เต็มไปด้วยความริษยา


หลายครั้ง,
ตัวเราไม่ใช่ของเรา,
แต่เป็นของอารมณ์ชั่ววูบ


เราตื่นขึ้นมาแล้วก็พบว่า,
เราถูกโยนลงมา,
บนโลกที่เราไม่เข้าใจ


ของขวัญชิ้นเลิศ,
ที่เรามักมองข้าม,
คือการที่เรายังหายใจ


การพยายามทำความดี,
ให้ได้ทุกวินาที,
ไม่ใช่ทางสายกลาง


ใจคน,
ช้ากว่าอะมีบา,
เร็วกว่ากระสุนปืน


สิ่งที่ทำให้คนอึดอัด,
นอกจาก การใช้อารมณ์มากเกินไป,
ก็คือ การใช้เหตุผลมากเกินไป


ในบางโอกาส,
การไม่กระทำ ส่งผลที่น่าพอใจ,
กว่า การกระทำ

๑๐
:)
 
แต่งอยู่ที่นี่ครับ >> http://www.facebook.com/khonthan
1
เราคาดเดาน้ำทะเลไม่ได้ เรือจึงต้องแกร่ง,
เราคาดเดาอุปสรรคไม่ได้,
ใจจึงต้องแกร่ง

2
เมฆวันนี้ สวยกว่าเมฆเมื่อวาน,
แต่ถ้าเราเลือกได้,
เราก็ไม่เลือกให้เมฆเมื่อวาน สวยเหมือนเมฆของวันนี้

3
หนึ่งรอยยิ้ม,
เป็นสายฝน,
สร้างรอยยิ้ม รอบข้างตัวมัน นับสิบ

4
เด็ก กินขนม,
ผู้ใหญ่ ก็กินขนม,
แต่แพงขึ้นเรื่อยๆ

5
ทุกคน,
น่ารักที่สุด,
เมื่อหัวเราะ

6
ความสุข เหมือนปลาทอง,
ยิ่งใส่ใจ ให้อาหาร,
มันก็ยิ่งตัวใหญ่ อ้วน และน่ารัก

7
เห็นเมฆ,
เป็นรูปผีเสื้อ,
มหัศจรรย์ของจินตนาการ

8
การทำตามแผนการ,
ทำให้พลาด,
ทุกอย่างที่ไม่อยู่ในแผนการ

9
ยามเราทุกข์,
เราต้องการคนที่ฟัง,
มากกว่าคนที่เทศน์

10
บอกรัก
บอกลา
สองช่วงเวลา ที่เราไม่เคยลืม
 
 
 
 
 
 
ติดตามอ่านต่อ ตลอดเวลา ได้ที่ http://www.facebook.com/khonthan นะครับ Cool
 
ช่วงนี้ดอง blog มาเขียนบทกวีแทน,
มีแผนจะกลับมาเขียนต่อ เร็วๆ นี้
 
ระหว่างนี้ ฝาก Facebook Page คนธรรพ์ ไปก่อนนะครับ
 

หลังจากที่เราเลิกกัน

posted on 05 Aug 2011 13:22 by suebphatt in Poetry
เวลาที่เธอมีคนรัก
เธอจะรู้จักสถานที่ที่สวยงามที่​สุด อยู่สองที่

1 ความฝัน; ชื่อเล่น: อนาคต:
กอปรด้วยบ้านหลังสวย รถคันโปรด และกิจกรรมที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม​ระหว่างเขาและเธอ

2 ความทรงจำ; ชื่อเล่น: อดีต:
กอปรด้วยสถานที่บางแห่ง ที่เขากับเธอร่วมกันเปลี่ยนเวลา​ให้กลายเป็นทองคำ
 
 
 
 
 

หลังจากที่เธอเลิกกับเขา สิ่งที่เธอจะคงเหลือมีเพียงสิ่ง​เดียว

คือ ความจริง; ชื่อเล่น: ปัจจุบัน:
มันทั้งจืด,ชืด และไม่เคยสวยงามเหมือนสองสิ่งแร​ก

แต่อย่าลืมว่ามันเข้าใจเธอมากที่สุด
และมันอยู่กับเธอตลอดมา ไม่เคยไปไหน